Friday, March 04, 2005

อินเทลโชว์ Mini PC คอนเซปท์

[แปลจาก Intel unveiled Mini PC concept จาก weblog อีกอันของผมเอง]

------------------------------

แหล่งข่าวจาก CNet News: Intel shows off Mac Mini-like concept PC.

ลองอ่านบทความข่าวที่ว่าก่อน แล้วถ้ามีเวลาหรือว่าสนใจ ก็ลองอ่าน discussion ใน slashdot ดู

ส่วนนี่ก็รูปของ Mac mini เทียบกับ Mini PC ที่อินเทลเอามาโชว์



แล้วก็นี่เทียบกันจะๆ ตอนที่ Steve Jobs ถือ Mac mini ในมือระหว่างคีย์โน๊ต MacExpo กับ Don MacDonald รองประธานอินเทลโชว์ Mini PC กับคอนเซปท์การออกแบบที่ชื่อว่า sleek concept



ถ้าดูเอาจากแค่รูปร่างของ hardware ล่ะก็ เห็นชัดๆ เลย ว่านี่ก๊อปปี้ Mac mini มาเห็นๆ แต่ว่าที่ต่างกันกับ Mac mini อย่างหนึ่งที่ชัดเจนก็คือ กล่องของอินเทล ยังไม่เป็นอะไรมากไปกว่ากล่องพลาสติกเปล่าๆ ที่มีแต่ความฝันใส่เข้าไปเท่านั้นเอง ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันในความเป็นจริง ซึ่งผมก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่าใน computer industry ทั้งหมดนี่ จะมีใครหรือเปล่าที่ทำให้มันเป็นจริงขึ้นมาได้ เพราะว่าดูจากขนาดกล่องแล้ว น่าจะเล็กเกินไปสำหรับใส่ของทุกอย่างที่จำเป็น เพราะว่ามันแทบจะเท่ากับ optical drive เลย ไม่น่าเหลือที่พอสำหรับใส่อย่างอื่น ...​ (ไม่น่าเหลือพอสำหรับใส่ "ความฝัน" ที่ว่าด้วยซ้ำไป)

แต่ว่า เอาเป็นว่าเราคิดเหมาว่า วันหนึ่ง (วันไหนไม่รู้) จะมีซักคนหนึ่งที่ทำมันออกมาได้ (เช่น Sony เพราะว่าบางทีก็ทำคอมพิวเตอร์สวยๆ เจ๋งๆ ออกมาเหมือนกัน .... ตัดพวก Dull เอ้ย Hell เอ้ย..​ผมหมายถึง Dell ออกจากความน่าจะเป็นไปได้เลย) ...​วันนั้น มันจะเป็นวันสุดท้ายของ Mac mini และ Apple ก็ถึงวันตายอีกแล้วหรือ? (วันตายครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ จำไม่ได้ล่ะ)

ไม่หรอก ... เพราะว่าคอมพิวเตอร์น่ะ มันไม่ใช่ hardware ....​ แต่ว่าเป็น software ตะหากย่ะ

วันหนึ่ง วันไหนก็ไม่รู้ พวกคนที่ทำ PC ก็คงจะตาม Apple ทันในเรื่องการออกแบบ hardware (แต่ว่าวันไหนก็ไม่รู้จริงๆ ... แต่อันนี้เหมาว่า space สำหรับการ design มันเป็น ergodic ละกัน ดังนั้นเมื่อเวลามากเพียงพอ trajectory มันก็จะครอบคลุมไปทั่ว space เองโดยปริยาย ... ดังนั้น วันหนึ่ง วันนั้นก็จะมาถึง... ถึงแม้ว่าตอนนี้จะยังหา laptop ที่ออกแบบได้ดีขนาด PowerBook ที่ค่อนข้าง "เก่า" และต้องการ major upgrade ไม่ได้ก็เถอะ) .. แต่ว่าก็คงจะเป็นการยาก หรือว่าแทบเป็นไปไม่ได้ ที่ทางคนทำ PC จะตาม Cupertino ทันในเรื่องหนึ่ง นั่นก็คือ:

น้องละมุนภัณฑ์ ...(Software น่ะแหละ... ไม่ได้ใช้คำนี้มานานเท่าไหร่แล้วเนี่ย)

จริงอยู่ ดีไซน์สำหรับ hardware มันก็เรื่องหนึ่ง แต่ว่ามันไม่ใช่แค่ hardware อย่างเดียวที่ต้องการการออกแบบที่ดี และถูกต้อง hardware น่ะ ได้อย่างมากก็แค่ดึงดูดคนที่จะซื้อให้สนใจเท่านั้นแหละ มันแทบจะไม่ได้มีผลกับ "user experience" มากเท่าไหร่เลย software ต่างหากล่ะ ที่จะให้ตรงนั้นกับผู้บริโภคได้ และต้องได้รับการดีไซน์ที่ดีและเอาใจใส่ไม่แพ้ hardware หรอก เพื่อที่จะสร้าง user experience ได้อย่างดีที่สุด

ตัวอย่างเช่น: ผมคงไม่คิดจะซื้อ PowerBook ใหม่หรอก ต่อให้มันสวยขนาดไหนก็เถอะ ถ้ามันใช้ Windows XP แทนที่จะเป็น Mac OS X หรือว่าอีกตัวอย่างก็คือ ต่อให้ iPod จะเจ๋ง จะ cool ขนาดไหน ผมก็ไม่คิดว่ามันจะฮิตขนาดนี้หรอก ถ้าระบบโปรแกรมมันใช้ยาก ต้องมานั่งเลือกเพลงใส่เอง copy เอง หรือว่าเวลาใช้งาน ไม่มีระบบ menu ที่ navigate ง่ายขนาดที่มันเป็นอยู่ (หรือว่า iPod shuffle ที่เลือกเพลงให้เองเลย) .. ตอนนี้นี่แทบจะเรียกได้ว่า เสียบเข้าไป แล้วใช้ได้เลย ไม่ต้องมีเรื่องปวดหัว

ถ้าวันนึง Mini PC ออกมาจริงๆ อย่างที่อินเทลเสนอไว้จริงๆ มันก็คงจะมากับ Windows ล่ะนะ (ไม่รู้ผมเหมามากไปหรือเปล่า แต่ว่าก็เดาจากเหตุการณ์ปัจจุบันน่ะแหละ) ที่ก็ยังจะมีปัญหาทุกอย่างที่ Windows PC มันเจอๆ กันอยู่ทุกวันนี้น่ะแหละ (security มั่งล่ะ virus มั่งล่ะ การดูแลระบบและทรัพยากรมั่งล่ะ ฯลฯ อย่าให้บอกหมดเลย เปลือง bit ปล่าวๆ ...) และอีกอย่างก็คือ ความไม่ sleek ของ Windows ด้วย (ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับคอนเซปท์ sleek design ที่อินเทลพยายามเสนอโดยตรงเลย) ... ไม่มีอะไรบนนั้นที่จะทำงานได้แบบ just works เหมือนกับบน Mac (และแน่นอน Mac mini) และเท่าที่เห็นในปัจจุบัน ยังไม่มีอะไรทดแทน iLife ได้บน PC

ปิดท้ายนะ....

ผมชอบดีไซน์ของโทรศัพท์มือถือหลายรุ่นนะ ชอบมากๆ ด้วย ... แต่ว่าพอลองยืนเล่นดูแล้ว อืมม ใช้ยากเป็นส่วนมาก มีลูกเล่นมากไปในที่ๆ ไม่ควรมีอะไร ตรงไหนที่ควรจะทำให้ง่ายๆ ก็ดันทำให้มันยากเกินความจำเป็น ตรงไหนที่ควรจะใส่ feature เพิ่มให้มันใช้งานได้ง่ายขึ้น ดันไม่ใส่ ฯลฯ แบบนี้ก็ไม่ไหวล่ะครับท่าน ... ถ้าผมจะซื้อโทรศัพท์ซักเครื่อง ผมคงอยากจะได้เครื่องที่ผมใช้งานอย่างที่ผมอยากจะใช้ได้จริงๆ มากกว่า

ตั้งแต่ใช้คอมพิวเตอร์มา ทุกวันนี้ 20 ปีแล้ว ยังไม่เคยเจอเคร่ืองไหนที่ใกล้เคียงคำว่า perfect เท่ากับ PowerBook ที่ใช้อยู่เลย ... ดีไซน์ hardware เยี่ยม ตรงไปตรงมา zen minimalist ฯลฯ .. แต่ว่าที่สำคัญที่สุดคือ user experience ที่ได้จากระบบ software ทั้งหมดในเครื่องต่างหากล่ะ

เข้าใจมั้ยจ๊ะ ... อินเทล?

Tuesday, March 01, 2005

สามสัปดาห์กับ iPod shuffle

[แปลจาก Three weeks with iPod shuffle จาก weblog อีกอันของผมเอง ... แก้บ้างนิดหน่อย]

-----------------------------

อันนี้จะเป็นรีวิวสั้นๆ แบบกันเองๆ ของของเล่นใหม่ล่าสุดจาก Apple ที่ได้มาพักนึงแล้ว; iPod shuffle (รุ่น 1GB) ที่จริงๆ แล้วสั่งตั้งแต่หลัง Macworld Expo สดๆ ร้อนๆ ... แต่ว่าต้องรอสามสัปดาห์กว่าจะได้ (ก็เลยกว่าจะได้เขียนก็ให้มันผ่านไปสามสัปดาห์ก่อนเหมือนกัน) แล้วก็ใช้เป็นเครื่องเล่นเพลงแบบพกพาเวลาไปไหนมาไหนมาตั้งแต่นั้น (แต่ว่าบางทีก็เปลี่ยนกลับไปใช้ iPod mini บ้างเหมือนกัน).

เอาล่ะ เข้าเรื่อง


  • ก่อนอื่นเลย มีเซอร์ไพรซ์บนกล่องแฮะ.....



    จะเห็นว่ามันเขียนว่า PC+Mac แฮะ (เหมือนกับ iPod mini รุ่นใหม่) ถึงว่าใน website ของ iPod จะยังเขียนว่า Mac+PC ทุกรุ่นก็เถอะ สำหรับตัวผมเอง ถึงมันจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่อาจจะดูไม่มากเท่าไหร่ แต่ว่าผมว่าสำคัญพอดูทีเดียว เพราะว่าไม่ว่าจะที่ไหนก็เถอะ ยังไงๆ คนใช้ PC เยอะกว่าใช้ Mac อยู่แล้ว ดังนั้นการที่เขียนว่า PC+Mac แบบนี้จะเป็นการ "เน้น" ว่ามันทำงานได้กับ PC แน่นอน ทำให้คนที่เป็น potential buyers เกิดความมั่นใจได้มากกว่า และตัดสินใจซื้อได้ง่ายกว่า ... แต่ว่ามันก็เป็นเซอร์ไพรซ์อยู่ดีแหละ

  • ขนาด ... เล็กมากๆ เอาใส่กระเป๋าเสื้อหรือว่ากระเป๋ากางเกงนี่ แทบจะไม่รู้สึกอะไรเลยว่าอยู่ในกระเป๋า เล็กกว่า USB memory stick (บางคนเรียก thumbdrive/pendrive) ของเก่าที่เคยมีอีก (แต่ว่ามันก็เก่ามากแล้วนะ รุ่นใหม่ๆ เล็กๆ กว่านี้เยอะ) แต่ว่าผมอยากได้ aluminum มากกว่า เป็นรอยยากกว่า รักษาง่ายกว่า ... (แต่ว่าไม่คิดว่า Apple จะทำออกมาหรอกนะ)

  • Shuffle เท่านั้น ... นี่คงจะเป็นเรื่องที่คนที่ไม่เคยใช้วิธีนี้ฟังเพลง บ่นมากกว่าที่สุด เพราะว่ายังไงก็เถอะ เราเคยชินกับการเลือกฟังเพลงหรือว่าเลือก playlist แต่ว่าหลังจากที่ทดลองฟัง shuffle mode จากทั้ง iTunes ทั้ง iPod mini (ก่อนจะซื้อ iPod shuffle) ผมคิดว่านี่เป็นวิธีที่เข้าท่าเลยแหละ สำหรับการฟังเพลงนะ

    ก่อนอื่นเลย ผมเลือกเอาเฉพาะเพลงที่ชอบมากๆ (4-5 ดาว) จาก iTunes library มา autofill iPod shuffle ยกเว้นเพลงคลาสสิค เพราะว่ายาวและไม่เหมาะกับการฟังแบบนี้ ดังนั้นไม่ว่าเพลงไหนจะถูกสุ่มขึ้นมา ผมมั่นใจได้ว่าอย่างน้อยๆ ก็เป็นเพลงที่ผมชอบแน่นอน และในเมื่อมันมีปุ่ม forward/backward (skip/repeat) ถ้าเราไม่อยากจะฟังก็เปลี่ยนเพลง หรือว่าถ้าอยากจะฟังซ้ำก็เล่นมันใหม่ได้อยู่แล้ว

    ทำไมมันถึงเป็นวิธีที่เข้าท่าล่ะ? อืมมม เมื่อเรามี choice น้อยลง (เลือกเพลงฟังเองไม่ได้) เราจะรู้สึก "เรื่องมาก" กับการเลือกมันน้อยลงเหมือนกัน (เพระาว่ามันเลือกไม่ได้นี่) ดังนั้น นี่หมายความว่า เราจะโฟกัสกับงานที่ทำอยู่ได้มากขึ้น (เช่นกรณีผม ก็เขียนโปรแกรมมั่ง เขียนบทความมั่ง เตรียมสอนมั่ง ฯลฯ หรือว่าปั่นจักรยาน ก็ด้วย) แล้วก็ยังให้ความรู้สึกรูทีน (หรือว่าแรงกว่านั้น ก็ "ซ้ำซาก") กับชีวิตน้อยลงด้วย เพราะว่าเราไม่รู้ว่าเพลงอะไรจะขึ้นมาเป็นเพลงต่อไป (ก็เลยเล่นเกม "เดาเพลงถัดไป" กับตัวเองซะเลย สนุกดีเหมือนกัน)

  • มันทำงานกับลำโพง Bose ของผมไม่ได้แฮะ .. สงสัยแรงขับไม่พอ (ไม่รู้ ไม่ได้อ่าน spec ก็แค่ลองเสียบเข้าไปแล้วใช้ไม่ได้ เสียงขาดๆ) แต่ว่านี่ก็ไม่ใช่ข้อเสียอะไรเลย เพราะว่า iPod shuffle มันไม่ได้ถูกสร้างเพื่อจุดประสงค์นี้อยู่แล้ว (มันเอาไว้ฟังเพลง on-the-go) ลองเล่นๆ สนุกๆ เฉยๆ (แต่ว่า iPod 3G กับ iPod mini ใช้ได้นะ)

  • ข้อเสียจริงๆ อยู่นี่: iPod shuffle มี mode เล่นเพลงสองอย่าง คือ sequential (เล่นตามลำดับ) กับ shuffle (สุ่ม) ... แต่ว่ามันไม่มี repeat one song (เล่นซ้ำเพลงเดิม) ... คือบางทีเพลงบางเพลงถูกสุ่มขึ้นมา แล้วเราอยู่ในอารมณ์อยากฟังเพลงนั้นซ้ำไปซ้ำมา ก็ทำได้อย่างเดียวคือกดปุ่ม repeat (backward) เมื่อจบเพลง

  • ระบบการติดต่อกับผู้ใช้ ... ถึงว่าจะยังค่อนข้างจะ symmetric คล้ายๆ กับ iPod remote control ที่สร้างความปวดหัว+สับสนให้กับหลายต่อหลายคน (และด้วยความเห็นส่วนตัว เป็นอินเทอร์เฟซที่ห่วยที่สุดตัวนึงที่ออกมาจาก Cupertino) .... ก็ยัง symmetric น้อยกว่า เพราะว่าตำแหน่งของการวางกลุ่มของปุ่มมันไม่กลาง iPod ซะทีเดียว ทำให้พอจะเดาได้ด้วยการสัมผัสง่ายขึ้นว่าอะไรเป็นอะไรกันแน่ เรื่องระบบ LED ที่แสดงสถานะก็อาจจะต้องใช้เวลานิดหน่อยกว่าจะอ่านได้คล่อง แต่ว่าตอนนี้ชินแล้ว

  • พูดถึง LED ..​จริงๆ ก็คงต้องปรับปรุงเหมือนกัน เพราะว่าตอนนี้แยกไม่ออกระหว่างแบตเตอร์รี่เหลือ 51% กับ 88% (แต่ว่าพูดถึงแบตเตอร์รี่ ก็ใช้ได้นานใช้ได้เลย)

  • ยังไม่ได้ทดสอบกับ car adapter ว่าใช้งานได้มั้ย (น่าจะได้?) .. พอดีชอบฟัง iPod บนรถ แต่ว่าไม่มีรถในญี่ปุ่น (ไม่มีใบขับขี่ญี่ปุ่นด้วย ใบขับขี่สากลใช้ไม่ได้แล้ว อยู่มานานเกินไป) เอาไว้กลับเมืองไทยก่อนจะทดสอบ (อีกเดือนเดียว)

จบข่าว เอ้ย จบรีวิว ...​ ยาวกว่าที่คิดไว้หน่อยแฮะ ;-)

สรุป: iPod shuffle เป็นอุปกรณ์ที่เจ๋งมาก ถ้าสิ่งที่คุณต้องการ คือ "การฟังเพลง" ในขณะที่คุณไปไหนต่อไป หรือว่าทำอะไรต่อมิอะไร โดยที่คุณไม่ต้องเสียโฟกัสกับสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ (เพราะว่ามัน no interaction at all).

Wednesday, February 02, 2005

www.apple.com/powerbook/g5

[แปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ www.apple.com/powerbook/g5 ของผมเอง]

ก่อนอื่นเลย .... title ของ entry นี้อ่านว่า


World-Wide-Wait (www) หรือเป็นที่รอกันทั่วโลก ว่าเมื่อไหร่ Apple จะทำ PowerBook ที่ใช้ CPU G5 ออกมาซักที

ดังนั้น อย่าเข้าใจผิดว่าผมเอาข่าววงในหรือว่าอะไรทั้งนั้นมาเผยแพร่ และทาง Apple ก็ไม่ต้องมา ฟ้องศาลว่ามีคนเอาข้อมูล product ที่ยังไม่ออกมาเผยแพร่ อีกนะ .. นี่ไม่เกี่ยว

พอดีอ่านข่าวจาก NEWS.com (บทความ: Apple on G5 PowerBook: Not so fast) กับจาก NewsFactor (G5 PowerBook Will Have To Wait; ผ่านทาง Yahoo news อีกที) มา ... ก็เลยอยากจะเล่นกับคำนิดหน่อย ไม่มีอะไรมาก

เรื่องของเรื่อง ก็คือเป็นที่รอกันมานาน (มาก) ที่ PowerBook จะเป็น G5 และครั้งแล้วครั้งเล่าที่การคาดการณ์ (คาดเดา) ทั้งหลายแหล่นี่ล้มเหลวไม่เป็นท่า ตั้งแต่ Macworld Expo 04 มาถึง Macworld Expo 05 ทุกครั้งที่มีงานแถลงข่าวของทาง Apple นี่รู้สึกว่าคนจะต้องคาดหวังว่าจะเห็น PowerBook ใหม่ทุกที (ก่อน iMac G5 จะออกอีก)

แปดเดือนผ่านไป หลังจาก update ครั้งสุดท้ายของ PowerBook (ที่รุ่นสูงสุดได้ 1.5GHz) เราก็ได้เห็น PowerBook อัพเดทอีกครั้ง: เพิ่มความเร็วไปเป็น 1.67 GHz และเพิ่มเทคโนโลยีใหม่ๆ หลายตัว ... แต่ว่า. ยังไม่ใช่ G5 อยู่ดี

จะใส่ G5 เข้าไปใน laptop ตอนนี้ ก็ไม่ใช่ว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้หรอก แต่ว่านี่ต้องแปลว่า laptop แบบไหน หนาเท่าไหร่ หนักเท่าไหร่ก็ได้นะ ถ้าแบบนั้นน่ะ ทำได้ แต่ว่าถ้าจะยัดเข้าไปเครื่องที่บางแล้วก็เบา (แล้วก็ดีไซน์แบบห่วงรูปร่างทรวดทรง) แบบ PowerBook นี่ .. บอกได้คำเดียวว่า แทบจะเป็นไปไม่ได้

ลองอ่านที่ NEWS.com เขียนดู (แปลมาอีกที):

นาย Kevin Krewell ซึ่งเป็น editor-in-chief ของ Microprocessor report กล่าวว่า "ถ้าทำได้ก็จะเป็น laptop ที่ใหญ่และหนักมาก แถมเวลาทำงานเสียงจะดังมากอีกตะหาก ซึ่งไม่น่าใช่ทางเลือกของ Apple"

[... ข้าม ...]
สิ่งที่ทำให้ G5 PowerBook ออกมาไม่ได้ตอนนี้ก็คือตัว G5 เอง. อ้างอิงจากเอกสารทางเทคนิคของ IBM พบว่าเมื่อใช้งานที่ 2.5GHz และ 1.3 volts จะใช้พลังงานทั้งหมด 100 watts ซึ่งถือว่าค่อนข้างมากสำหรับการใช้งานในเครื่อง laptop

[... ข้าม ...]
แต่ว่านี่ไม่ได้หมายความว่า CPU ที่ใช้ไฟขนาดนั้นจะเอามาใส่ laptop ไม่ได้ซะทีเดียว เพราะว่าเครื่องจากที่อื่นหลายรุ่น เช่น Inspiron XP ของ Dell ก็ใช้ CPU ระดับนั้นเหมือนกัน โดย Inspiron XP ใช้ Pentium 4 Extreme Edition ซึ่งออกแบบมาสำหรับ dekstop และจาก thermal degisn guideline ของ Intel แล้วพบว่า ทาง Intel ได้ระบุไว้ว่าเครื่องที่ใช้ชิพตัวนี้ต้องระบายความร้อนที่เกิดจากพลังงานขนาด 110 watts ให้่ได้

แต่ว่่า.. Inspiron XP จาก Dell ซึ่งมีจอขนาด 15.4 นิ้ว มีความหนาถึงประมาณ 2 นิ้วและหนักกว่า 9 ปอนด์ (เกิน 4 กิโลกรัม) ในขณะที่ PowerBook 17" นั้นหนาเพียงแค่นิ้วเดียวและหนักเพียง 6.9 ปอนด์ (3.1 กิโลกรัม) เท่านั้น (ในขณะที่รุ่น 15" หนา 1.1 นิ้วและหนัก 5.6 ปอนด์ (2.54 กิโลกรัม) และรุ่น 12" หนา 1.18 นิ้วและหนัก 4.6 ปอนด์ (2.08 กิโลกรัม) เท่านั้น) ...

ซึ่งเครื่องที่ทาง NEWS.com หมายถึงนั้นก็คือก้อนอิฐเทอะทะก้อนนี้



[ที่มา: dell.com]

ผมเชื่อว่าไม่มีใครหรอกที่อยากจะเห็น PowerBook แบบนี้ (เคยเห็นเครื่อง Dell รุ่นนี้กับตาตัวเองครั้งนึง ยังไม่อยากจะเชื่อตาตัวเองอยู่เลย เป็นความสำเร็จในทางลบอย่างยิ่งยวดของการออกแบบดีไซน์และวิศวกรรม)

มีอะไรอีกมั้ย ในบทความของ NEWS.com? ... ตามนี้เลย (แปลเค้ามา)

"ดังนั้น ถ้าอยากจะยัด G5 เข้าไปในเครื่องรูปร่างและขนาดอย่าง PowerBook จริงๆ ตอนนี้ ทาง Apple ก็ต้องลดความเร็วและกำลังของชิพ G5 ลง ซึ่งส่งผลให้ทำงานได้ช้ากว่าชิพ G4 ที่ใช้ในเครื่อง laptop ขณะนี้ นอกจากนั้น G4 ยังน่าจะกินพลังงานน้อยกว่า ทำให้เครื่องบางกว่า เบากว่า และยังจะทำงานเงียบกว่าด้วย" .. Krewell กล่าว


ซึ่งตรงนี้สำคัญมาก สำคัญมากๆ

สำหรับคนที่ยังไม่เข้าใจในเรื่องนี้ หรือว่ามีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเทคโนโลยีของการประมวลผลและคอมพิวเตอร์ ที่คิดว่า 64-bit เป็นทุกอย่าง คิดว่ามีความต้องการ 64-bit สำหรับทำทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นส่งเมล์ เล่นเน็ต ดูหนัง ฟังเพลง ฯลฯ ขอให้คิดซะใหม่นิดนึง เพราะว่า 64-bit จริงๆ แล้วไม่ใช่เวทย์มนต์วิเศษอะไร การเป็น 64-bit ไม่ได้ ทำให้อะไรเร็วขึ้นมาทันตาเห็นโดยอัตโนมัติ จริงๆ แล้วหลายอย่างอาจจะทำงานช้ากว่าด้วยซ้ำไป แต่ว่าถ้าคุณต้องการที่จะทำงานกับข้อมูลทีละมากๆ ทีละเยอะๆ (เช่น ทำงานกับโปสเตอร์งานวัดแบบ pixel-by-pixel พร้อมกันทั้งหมด, ถอดรหัส DNA ของมนุษย์, ซิมิวเลชันของลมสุริยะ, แต่งเพลงซิมโฟนีที่มีรายละเอียดมากๆ แล้วเล่นกลับด้วยรายละเอียดทั้งหมด เป็นต้น) ... ถ้าแบบนี้สิ คุณอาจจะต้องการ 64-bit processing

G4 ยังไม่ตายหรอก อีกนาน จริงๆ แล้ว G4 ก็ยังเป็นหน่วยประมวลผลที่ไม่เลวเท่าไหร่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะ CPU ของเครื่อง laptop .. ซึ่งข้อเสียหนักๆ ของเครื่อง PowerBook G4 รุ่นปัจจุบันเท่าที่ผมคิดออกก็คือ Front-Side-Bus ที่แคบมากๆ (แคบจนตลกเลยก็ว่าได้) แต่ว่ายังไงๆ มันก็ยังเป็นสถาปัตยกรรมสำหรับ laptop ที่ไม่เลวอยู่ดี

ถ้า PowerBook จะได้รับการอัพเดทครั้งต่อไปภายในปีนี้ ... นอกเสียจากว่า IBM จะทำสิ่งที่มหัศจรรย์แบบแทบเป็นไปไม่ได้กับ G5 ... ผมหวังว่าจะได้เห็น Dual-core G4 ใน PowerBook มากกว่า (การอัพเดทครัั้งล่าสุดนี้ คิดว่าน่าจะเป็นครั้งสุดท้ายของ PowerBook G4 รุ่นปัจจุบันแล้ว ครั้งต่อไปคงต้องเป็นการ update ใหญ่)

Mac mini: อุปกรณ์เสริมสุดยอดสำหรับ iPod?

(แปลจากต้นฉบับ: Ultimate accessory for your iPod: the Mac mini ของผมเอง... )

เร็วๆ นี้ iPodlounge ได้รีวิว Apple Mac mini ในฐานะของอุปกรณ์เสริมระดับสุดยอดของ iPod (บทความต้นฉบับ: Apple's Mac mini: the Ultimate iPod Accessory?)

เป็นรีวิวที่เขียนได้ค่อนข้างละเอียดและเขียนได้ดีทีเดียว แต่ว่าบางทีก็ค่อนข้างจะลำเอียงมาทางแมคฯ หน่อย (ไม่ใช่เรื่องแปลก ทุกคนมีความลำเอียงในแบบฉบับและทางของตัวเองอยู่แล้ว ดังนั้นนี่ไม่ใช่การบ่นแต่อย่างใด เขียนตรงไปตรงมาเฉยๆ) ... ก็เป็นรีวิวที่อยากให้อ่านกัน

แนวความคิดที่จะวางฐานะของ Mac mini ให้เป็นอุปกรณ์เสริมของ iPod .. เป็นเรื่องที่เข้าท่าไม่เลวทีเดียว และจริงๆ แล้วเป็นอีกตำแหน่งหนึ่ง ที่เราสามารถจะวาง Mac mini ลงไปในตลาดได้ นั่นก็คือ: ผู้ใช้ iPod สำหรับ Windows

ผมขอสรุปบางจุดจากบทความรีวิวที่ว่าดังนี้:


  1. การใช้งาน iPod บนแมคฯ ไม่ต้องเจอปัญหาเรื่องความเข้ากันได้หรือไม่ได้ของไดรเวอร์ ไม่ต้องเจอปัญหาเรื่องฟอร์แมท ไม่ต้องเจอปัญหาเรื่องความเข้ากันได้หรือไม่ได้ของโปรแกรม
  2. ในอนาคต (และปัจจุบัน) ถ้ามีฟีเจอร์ใหม่หรือว่า iPod รุ่นใหม่ออกมาเมื่อไหร่ ก็มีแนวโน้มว่าฟีเจอร์นั้นๆ จะได้รับการซัพพอร์ทบทแมคฯ ก่อนวินโดวส์ หรือว่าไม่แน่ อาจจะเป็นแมคฯ อย่างเดียวเลยก็ได้ หรือว่าถึงใช้งานได้บนวินโดวส์ก็ต้องผ่านโปรแกรมอื่นๆ ที่ทำงานเข้ากับ iPod ได้ไม่ดีเท่ากับบนแมคฯ ซึ่งใช้โปรแกรมของ Apple เอง โดยเฉพาะสิ่งที่ใช้ความสามารถจากชุด iLife (ลองคิดถึง iPod photo บนแมคฯ ซึ่งใช้การ integration กับ iPhoto library เทียบกับการใช้งานบนวินโดวส์นะ)
  3. iTunes ทำงานบนแมคฯ ได้ดีกว่าวินโดวส์ แม้ว่าเวอร์ชันบนวินโดวส์จะไม่เลวนัก แต่ว่าเมื่อเทียบกับแมคฯ แล้วก็ยังค่อนข้างช้า หนักเครื่อง กินทรัพยากรมากเอาการ และทำให้เครื่องทำอย่างอื่นได้น้อยลง (ปัญหานี้ ส่วนหนึ่งมาจากความสามารถในการจัดการเรื่องพวกนี้ของวินโดวส์เอง ที่สู้ OS X ไม่ได้)
  4. แมคฯ ไม่ได้มีแค่ iTunes แต่ว่ามี iLife ทั้งชุดเลย แล้วความรู้สึกเมื่อใช้ iLife (หรือที่เรียกกันว่า user experiences) บนแมคฯ นี่ หาอะไรใกล้ๆ เคียงๆ พอจะเทียบๆ กันได้บ้างบนวินโดวส์นี่ยากส์... ลองใช้ iPhoto ในการจัดการ photo library (ผมไม่ได้พูดเรื่องแก้ไขนะ เอาแค่จัดการ) เทียบกับพวกโปรแกรมจัดการอัลบั้มรูปที่มากับพวกกล้องดิจิตอล หรือว่าใช้ iMovies เทียบกับโปรแกรมอื่นๆ ทำนองเดียวกัน (ระดับเดียวกันด้วยนะ อย่าเอาไปเทียบกับพวกโปรฯ) สิ แล้วจะเข้าใจ
  5. อีกครั้งนะ .... iLife ....​ไม่มีอะไรบนวินโดวส์เทียบได้ (ดูเรืิ่องการทำงานร่วมกันของแต่ละโปรแกรมด้วยนะ)
  6. Mac OS X. อันนี้ไม่มีอะไรต้องพูดมาก

นอกจากความเป็นไปได้ที่จะเป็น home media center (ดู digital photo ในห้องนั่งเล่น ดูหนัง DVD หรือว่าใช้ stream เพลงจาก iTunes เข้า Airport Express ฟังทั่วบ้าน), ความเป็นไปได้ที่จะดึงดูดผู้ใช้วินโดวส์ที่มีเครื่องอยู่แล้ว (มีจอ คีย์บอร์ด เมาส์ อยู่แล้ว) และต้องการที่จะเปลี่ยนมาใช้แมคฯ แต่ว่าไม่ต้องการซื้อของพวกนั้นใหม่, ความเป็นไปได้ที่จะสนองนีด (need) ของ geek บางคนที่ต้องการจะสร้าง cluster เล็กๆ ของตัวเอง, และความเป็นไปได้ที่จะเป็นตัวกลาง (พาหะ) ของอะไรก็ตามที่ Apple มีในแผนการของอนาคต ....​ Mac mini ในฐานะอุปกรณ์เสริมสำหรับผู้ใช้วินโดวส์ที่รัก iPod เป็นชีวิตจิตใจ .. ไม่ใช่ตำแหน่งทางจิตวิทยาและการตลาดที่แย่อะไรเลย (ดีด้วยซ้ำ ... everyone wins; อาจจะยกเว้น Microsoft)

แต่ว่าระวังไว้อย่างนะ ...​ ผู้ใช้วินโดวส์ทั้งหลาย: เปลี่ยนมาใช้ OS X ชินๆ เมื่อไหร่ คงไม่มีทางหันหลังกลับไปล่ะนะ ;-)

ทดสอบ post ...

ทดสอบ post (อยากจะรู้ด้วยว่า RSS reader ที่ใช้อยู่มันอ่านภาษาไทยได้ป่าว ... แต่ว่ายังไงๆ ก็คิดจะเขียนเองใหม่อยู่แล้ว ไว้มีเวลาก่อน)